Eco News : รัฐบาลของเยอรมนีได้ออกกฎหมายใหม่เพื่อส่งเสริมการลดขยะพลาสติก (สคต. แฟรงก์เฟิร์ต)

ประเทศเยอรมนีถือว่าเป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและจํานวน ประชากรสูงที่สุดในทวีปยุโรปจึงมีการผลิตและมีความต้องการใช้พลาสติกเป็นจํานวนมาก โดยในปี 2016 ชาวเยอรมันทิ้งบรรจุภัณฑ์พลาสติกถึง 18.16 ล้านตัน เท่ากับ 220.5 กิโลกรัมต่อคน ยิ่งไปกว่านั้น สินค้าส่วนใหญ่ที่นําเข้ามาจากต่างประเทศ อาทิเช่น อาหารสําเร็จรูป หรืออาหาร ToGo ยังก่อให้เกิดขยะพลาสติกเป็นจํานวนมาก ทั้งนี้ ประเทศเยอรมนีมีการแยกขยะเป็นหลาย ประเภท เช่น ขยะกระดาษ ขยะปียก ขยะพลาสติก ซึ่งขวดน้ําดื่มพลาสติกเป็นขยะที่ผู้ส่งออกและ บริษัทผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกสามารถนําไปจําหน่ายต่อหรือนําไปรีไซเคิลได้ คิดเป็นร้อยละ 70 อย่างไรก็ตามในประเทศเยอรมนียังมีขยะพลาสติกอีกร้อยละ 30 ที่ไม่ได้รีไซเคิลหรือถูกทิ้งลงลานขยะ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2019 ที่ผ่านมา รัฐบาลเยอรมันได้ออกกฎหมายใหม่ที่ส่งผลให้ผู้บริหารบริษัทต่าง ๆ อุตสาหกรรม และผู้นําเข้าเยอรมันต้องเพิ่มโควต้าอัตราการรีไซเคิลของขยะกระดาษ แก้ว เหล็กโลหะ และอะลูมิเนียม จากร้อยละ 60 เป็นร้อยละ 75 และในส่วนของขยะพลาสติก จากร้อยละ 36 เป็นร้อยละ 63 ซึ่งเป็นอัตราที่รัฐบาลเยอรมัน ตั้งไว้ ตั้งแต่ปี 2019 จนถึงปี 2022 การลดค่าธรรมเนียมรีไซเคิล ขณะเดียวกันผู้ผลิตและผู้นําเข้าที่หันมาใช้ บรรจุภัณฑ์ที่ทําจากวัสดุธรรมชาติหรือ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก็จะ ได้รับการลดค่าธรรมเนียมการรีไซเคิลจากกฎหมายใหม่ด้วย การขยายค่าคืนขวด นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังส่งผลต่อผู้บริโภคชาวเยอรมันโดยตรง โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อขวดน้ําผลไม้และผลิตภัณฑ์นมวัวที่บรรจุในขวดพลาสติก เดิมไมต้องเสียค่าคืนขวด หากเอาขวดไปคืนยังสถานที่ที่กําหนด จะได้รับค่าคืนขวด 0.25 เซนต์ ยูโรต่อขวดพลาสติก ทั้งนี้ ร้านค้าปลีกจะคิดค่าขวดแยกออกมาจากค่าสินค่าโดยแสดงไว้ในใบเสร็จรับเงิน … ข้อมูลเพิ่มเติมตามไฟล์แนบ ) ( ที่มา www.donaukurier.de www.handelsblatt.com www.mz-web.de )
AttachmentSize
480325.pdf315.12 KB